LMG - ONE PRICE สำหรับพนักงาน Office

Promotion ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 สำหรับพนักงาน Office สนใจคลิกที่ภาพได้เลยนะคะ

JP - No Claim เปรมเว่อร์

Promotion ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 พิเศษสำหรับลูกค้าศรีกรุง สนใจคลิกที่ภาพได้เลยนะคะ

DHP - TIP Family Man

Promotion ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 พิเศษสำหรับคนมีครอบครัว สนใจคลิกที่ภาพได้เลยนะคะ

TMW - คุณหมอถูกใจ พยาบาลใช่เลย

Promotion ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 พิเศษสำหรับ คุณหมอแผนปัจจุบัน, คุณพยาบาลวิชาชีพ นะคะ สนใจคลิกที่ภาพได้เลยนะคะ

อยากทำอาชีพเสริมแบบไม่ต้องลงทุน สมัครสมาชิกกับศรีกรุงได้นะคะ

สนใจอยากทำอาชีพเสริม สมัครสมาชิก-ตัวแทน กับศรีกรุงได้นะคะ รายละเอียดคลิกที่รูปได้เลยค่ะ

DVS - ประเภท 3 คุ้มกัน

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พิเศษมีค่าซ่อมรถวงเงิน 100,000 สำหรับรถเรากรณีที่เราเป็นฝ่ายถูก สนใจรายละเอียดคลิกที่ภาพได้เลยค่ะ

AII - 3BB กันชน

ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3 พิเศษมีค่าซ่อมรถวงเงิน 100,000 สำหรับรถเรากรณีที่เราเป็นฝ่ายถูก สนใจรายละเอียดคลิกที่ภาพได้เลยค่ะ

ตุลาคม 09, 2561

ภัยที่คุ้มครองใน Institute Cargo Clauses (A)



Institute Cargo Clauses (A) ระบุภัยที่คุ้มครอง ไว้ดังนี้

This insurance covers all risks of loss of or damage to the subject-matter insured, except as provided in Clauses 4, 5, 6 and 7 below. คำว่า All Risks หมายถึง การเสี่ยงภัยทุกชนิด (ที่ไม่เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และสืบเนื่องจากสาเหตุภายนอก) ที่อาจยังความสูญเสีย หรือเสียหายต่อสินค้าที่เอาประกันภัย ในระหว่างช่วงระยะของการประกันภัย

ภายใต้กรมธรรม์ที่คุ้มครอง All Risks ผู้เอาประกันภัยจะต้องแสดงให้เห็นว่าเกิดความสูญเสียหรือความเสียหายจริง. ซึ่งความสูญเสียนั้นเป็นเหตุบังเอิญ (Fortuity), ที่เกิดขึ้นและเป็นสาเหตุโดยตรง (Proximately) ต่อความสูญเสีย. ซึ่งผู้เอาประกันภัยจะต้องมี่ส่วนได้เสียจึงจะมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ส่วนผู้รับประกันภัยจะต้องพิสูจน์ว่าความสูญเสีย หรือเสียหายที่เกิดขึ้นมีสาเหตุหรือสืบเนื่องจากภัยที่ถูกระบุยกเว้นไว้ นอกจากนี้ความสูญเสียหรือความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเนื่องจากกรณี General Average และ/หรือ Boths to Blame Collision ก็ได้รับความคุ้มครองด้วยกล่าวคือ

General Average Clause ให้คุ้มครอง

ความสูญเสียที่เป็นของส่วนรวม และค่าตอบแทนในการกอบกู้ทรัพย์สิน ที่ต้องร่วมรับผิดตามที่กำหนดในสัญญาขนส่ง หรือวิธีปฏิบัติและกฎที่มีผลบังคับใช้
ความสูญเสียหรือค่าตอบแทนนั้นต้องเพื่อหลีกเลี่ยง หรือเกี่ยวเนื่องกับการหลีกเลี่ยงความสูญเสียจากภัยที่คุ้มครอง หรือไม่ได้ถูกยกเว้น
“Boths to Blame Collision” Clause ให้คุ้มครอง

การชดใช้ค่าสินไหมฯ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดภายใต้เงื่อนไข “การโดนกันของเรือแล้วผิดทั้งคู่” ในสัญญาขนส่ง
ผู้เอาประกันภัยต้องแจ้งผู้รับประกันภัย เมื่อเจ้าของเรือเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน เพื่อผู้รับประกันภัยจะได้มีสิทธิต่อสู้การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน ดังกล่าว


ที่มา :- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

กันยายน 29, 2561

การประกันสุขภาพ





การประกันสุขภาพคืออะไร

การประกันสุขภาพ คือ การประกันภัยที่บริษัทประกันภัยตกลงที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น จากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย ไม่ว่าค่ารักษาพยาบาลนั้นจะเกิดขึ้นจากการเจ็บป่วยจากโรคภัย หรือการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุให้แก่ผู้เอาประกันภัย

การประกันสุขภาพมีกี่ประเภท แต่ละประเภทมีขอบเขตความคุ้มครองแค่ไหน

การประกันสุขภาพแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ การประกันภัยอุบัติเหตุ และสุขภาพหมู่และการ
ประกันภัยอุบัติเหตุและสุขภาพรายบุคคล ทั้ง 2 ประเภท ให้ความคุ้มครองที่เหมือนกัน โดยแบ่งความคุ้มครองหลักออกได้เป็น 7 หมวด ได้แก่
1. ให้ความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล เพราะการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุหรือการป่วยไข้ โดยจะชดเชยค่าใช้จ่ายอันเกิดจาก
1.1 ค่าห้องและค่าอาหาร
1.2 ค่าบริการทั่วไป
1.3 ค่าใช้จ่ายในกรณีที่มีการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน หลังการเกิดอุบัติเหตุ
2. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการผ่าตัด ค่าปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัด
3. ค่าใช้จ่ายอันเกิดจากการให้แพทย์มาดูแล
4. ค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษาที่คลีนิค หรือแผนกผู้ป่วยนอกของโรงพยาบาล
5. ค่าใช้จ่ายในการคลอดบุตร
6. ค่าใช้จ่ายในการรักษาฟัน
7. การชดเชยค่าใช้จ่าย อันเกิดขึ้นจากการบริการโดยพยาบาลพิเศษขณะอยู่ในโรงพยาบาล หรือที่บ้านภายหลังจากการรักษาในโรงพยาบาล ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามคำสั่งของแพทย์

อัตราเบี้ยประกันภัยจะขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไร

อัตราเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

1. อายุ อายุของผู้เอาประกันภัยที่แตกต่างกัน สามารถแสดงถึงโอกาสที่ร่างกาย จะบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วย รวมถึงการได้รับผลกระทบแทรกซ้อนแตกต่างกันไปด้วย เพราะบุคคลทั่วไปเมื่อมีอายุมากขึ้น ก็จะมีโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพ ได้มากขึ้น และถ้าได้รับบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยแล้ว ประสิทธิภาพในการที่ร่างกาย จะซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอก็จะลดลง มีโอกาสที่จะได้รับผลกระทบรุนแรง และต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัวนานกว่าบุคคลที่มีอายุน้อยกว่า

2. เพศ ปัจจุบันความเสี่ยงภัยของเพศหญิงจะไม่แตกต่างจากเพศมากนัก แต่อย่างไรก็ตามความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย ยังมีความแตกต่างกันอยู่โดยปกติเพศหญิงจะใช้เวลาในการฟื้นตัวจากการเจ็บป่วย หรือบาดเจ็บทางร่ายกายนานกว่าเพศชาย ผู้รับประกันภัยจึงอาจจะรับประกันภัย โดยกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยสูงกว่าเพศชาย

3. สุขภาพ ได้แก่ ประวัติเกี่ยวกับสุขภาพและการรักษาพยาบาล รวมทั้งสภาพร่ายกายของผู้ขอเอาประกันภัย บุคคลที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ไม่เคยมีประวัติการเจ็บป่วยรุนแรง โอกาสที่จะได้รับการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยร้ายแรง หรือได้รับผลกระทบจนทุพพลภาพเป็นเวลานานในอนาคต ก็ย่อมเป็นไปได้น้อยกว่าบุคคลที่มีสภาพร่างกายอ่อนแอผิดปกติ หรือมีประวัติการเจ็บป่วยร้ายแรงมาก่อน อีกทั้งอาการผิดปกติของร่างกาย หรือจิตใจบางอย่างจะก่อให้เกิดแนวโน้ม หรือความเป็นไปได้สูงในการเกิดอุบัติเหตุ เช่น โรคลมบ้าหมู ประสาทหลอน หรืออาการตื่นตกใจง่าย เป็นต้น

4. อาชีพ อาชีพแสดงถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลซึ่ง จะนำไปสู่ความเสี่ยงภัยหรือแนวโน้มที่จะได้รับบาทเจ็บ หรือเจ็บป่วยที่ต่างกันออกไป

5. การดำเนินชีวิต แสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมซึ่งจะมีผลต่อสุขภาพ หรือ อุบัติเหตุของบุคคลที่แตกต่างกันไป อาทิเช่น การดื่มแอลกอฮอล์ การเล่นกีฬาที่เสี่ยงอันตราย เป็นต้น

6. สำหรับการประกันภัยหมู่จะต้องมีการพิจารณาถึงจำนวนบุคคลที่จะเอาประกันภัย ด้วยเพราะถ้าจำนวนบุคคลมาก การกระจายความเสี่ยงจะมีมากกว่า ซึ่งจะทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่ำลงได้

การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท
การพิจารณารับประกันภัยของบริษัท ย่อมขึ้นอยู่กับสุขภาพ / อายุของผู้เอาประกันภัยเป็นสำคัญ และในการให้ความคุ้มครองแก่ผู้เอาประกันภัยนั้น บริษัทจะไม่คุ้มครอง “โรคที่เป็นมาก่อนการทำประกันภัย” อาทิเช่น หากผู้เอาประกันภัยเป็นโรคเบาหวานมาก่อนการทำประกันภัย บริษัทจะไม่คุ้มครองหากผู้เอาประกันภัยนั้นต้องรักษาตัวด้วยโรคเบาหวาน แต่จะคุ้มครองหากผู้เอาประกันภัยนั้นเกิดเป็นโรคหัวใจขึ้นมาภายหลัง

ดังนั้น หากผู้ขอเอาประกันภัยที่มีสุขภาพไม่แข็งแรง หรือมีโรคประจำตัวหลายอย่างโอกาสที่จะเจ็บป่วยในอนาคต ย่อมมากกว่าผู้มีสุขภาพแข็งแรง บริษัทอาจจะพิจารณารับประกันภัยผู้ขอเอาประกันภัยรายนั้น ด้วยเบี้ยประกันภัยที่สูงกว่าคนปกติ หรืออาจจะไม่รับประกันภัยเลยก็ได้

ในกรณีที่ผู้ขอเอาประกันภัยเจ็บป่วยด้วยโรคที่รุนแรง เช่น เอดส์ มะเร็ง บริษัทมักจะไม่รับประกันภัย

หลักเกณฑ์ในการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเป็นอย่างไร

การจ่ายค่าสินไหมทดแทนสำหรับการประกันสุขภาพ ยึดหลักเกณฑ์เดียวกับการประกันภัยประเภทอื่น ๆ คือ “จ่ายตาม
ความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงแต่สูงสุดไม่เกินจำนวนเงินที่เอาประกันภัยไว้”

ข้อยกเว้นความคุ้มครอง

การประกันสุขภาพโดยทั่วไป จะไม่คุ้มครองการเข้าพักรักษาตัวซึ่งมิได้เกิดขึ้นจากการบาดเจ็บหรือป่วยไข้ เช่น การทำหมัน การทำศัลยกรรม การลดความอ้วน การพักผ่อน รวมทั้งการรักษาโรคประสาท กามโรค การติด และการตรวจสายตา เช่นกัน

ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

ประกันอุบัติเหตุ





การประกันภัยอุบัติเหตุ เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองต่อผู้เอาประกันภัยในกรณีที่ผู้เอาประกันภัย ประสบอุบัติเหตุได้รับความบาดเจ็บทางร่างกาย และหากผลของการบาดเจ็บนั้นส่งผลให้ผู้เอาประกันภัยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือรุนแรงถึงขั้นทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ หรือเสียชีวิต บริษัทประกันภัยจะเข้ามารับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจาก การรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันภัย หรือจ่ายค่าทดแทนให้แก่ผู้เอาประกันภัยหากผู้เอาประกันภัยต้องสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพ หรือเสียชีวิต

กรมธรรม์มีกี่แบบ แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร

การประกันภัยอุบัติเหตุแบ่งออกเป็น 3 กรมธรรม์ ได้แก่

1. กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล ใช้สำหรับการประกันภัยเฉพาะบุคคลคนเดียวเท่านั้น
2. กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุกลุ่ม ใช้สำหรับกลุ่มบุคคล ที่มีการรวมตัวกันไว้ก่อนแล้ว เช่น กลุ่มพนักงานของบริษัท OIC จำกัด กลุ่มข้าราชการของคปภ. เป็นต้น มิใช่กลุ่มที่รวมตัวกันขึ้นเพื่อทำการประกันภัยเท่านั้น
3. กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษา จะเป็นการทำประกันภัยกลุ่มโดยที่สถาบันการศึกษาเป็นผู้จัดทำให้แก่นักเรียน นักศึกษาในสังกัด

การประกันอุบัติเหตุมีแบบความคุ้มครองให้เลือกอย่างไร

ในกรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล และอุบัติเหตุกลุ่มนั้น จะมีแบบให้เลือก 2 แบบ คือ แบบ อบ. 1 และ แบบ อบ. 2 ซึ่งแบบ อบ. 1 จะให้ความคุ้มครองน้อยกว่าแบบ อบ. 2 กล่าวคือ

- แบบ อบ. 1 จะมีความคุ้มครองให้เลือกซื้อ 4 ความคุ้มครอง ได้แก่
1.การเสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ/สายตา การทุพพลภาพถาวรสิ้นเชิง
2.การทุพพลภาพชั่วคราวสิ้นเชิง
3.การทุพพลภาพชั่วคราวบางส่วน และ
4.การรักษาพยาบาล

- แบบ อบ. 2 จะให้ความคุ้มครองเพิ่มจาก อบ. 1 คือ การสูญเสียนิ้ว การสูญเสียการรับฟังเสียง/การพูดออกเสียง และการทุพพลภาพถาวรบางส่วน

สำหรับในกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับนักเรียน นิสิต และนักศึกษานั้น จะมีเฉพาะแบบ อบ. 1 เท่านั้น

การประกันอุบัติเหตุ โดยปกติแล้วจะให้ความคุ้มครองรวมถึงการถูกฆ่า หรือ ถูกทำร้ายร่างกายด้วย ไม่ว่าการถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายร่างกายจะเป็นโดยเจตนา หรือไม่ก็ตาม อย่างไรก็ตามหากผู้เอาประกันภัยเห็นว่า ตนไม่มีความเสี่ยงภัยในการถูกฆ่า หรือถูกทำร้ายร่างกาย ก็สามารถที่จะไม่เอาประกันภัยในส่วนนี้ได้ โดยผู้เอาประกันภัยก็จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกันภัยไป

ข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์

การประกันภัยอุบัติเหตุ จะมุ่งให้ความคุ้มครองที่เป็นความเสี่ยงภัยพื้นฐานของคนโดยทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการกำหนดข้อยกเว้นในกรมธรรม์ที่จะไม่คุ้มครองในเหตุการณ์บางอย่าง อาทิเช่น
1.การกระทำของผู้เอาประกันภัยขณะอยู่ภายใต้ฤทธิ์สุราหรือยาเสพติด
2.การฆ่าตัวตาย พยายามฆ่าตัวตาย หรือการทำร้ายร่างกายตนเอง
3.การแท้งลูก
4.สงคราม การปฏิบัติ การกบฎ
5.การจลาจล การนัดหยุดงาน การที่ประชาชนก่อความวุ่นวายลุกฮือต่อต้านรัฐบาล
6.การแผ่รังสีหรือกัมมันตภาพรังสีจากเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ อาวุธนิวเคลียร์
7.การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย เช่น การดำน้ำ การเล่นบันจี้จั๊มพ์ เล่นสกี การแข่งรถ แข่งเรือ แข่งสเก็ต เป็นต้น
8.ขณะขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
9.ขณะที่โดยสารอยู่ในเครื่องบินที่มิใช่สายการบินพาณิชย์ เช่น เฮลิคอปเตอร์
10.ขณะที่เข้าร่วมการทะเลาะวิวาท ก่ออาชญากรรม หรือหลบหนีการจับกุม
11.ขณะที่เข้าปราบปรามหรือปฏิบัติการทางสงครามหากผู้เอาประกันภัยเป็นทหาร ตำรวจ หรืออาสาสมัคร


ข้อยกเว้นการจ่ายผลประโยชน์เปลี่ยนแปลงได้หรือไม่

หากผู้เอาประกันภัยต้องการให้ได้รับความคุ้มครองในเหตุการณ์ที่ระบุไว้ในข้อยกเว้นก็สามารถที่จะจ่ายเบี้ยประกันภัย เพิ่มเติมเพื่อขอขยายความคุ้มครองได้ แต่ทั้งนี้การขอขยายความคุ้มครองนั้นสามารถทำได้เพียง 5 กรณีเท่านั้น ได้แก่
1.การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
2.การจลาจล การนัดหยุดงาน
3.การสงคราม
4.การโดยสารอากาศยานที่มิได้ประกอบการโดยสายการบินพาณิชย์
5.การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย



ค่าเบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง

เบี้ยประกันภัยอุบัติเหตุจะขึ้นอยู่กับปัจจัยดังนี้
1.กลุ่มคน
การทำประกันภัยแบบกลุ่มจะถูกกว่าการทำประกันภัยรายบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากกลุ่มคนมีจำนวนมากเบี้ยประกันภัยก็จะยิ่งต่ำลง เช่น จำนวนคน 20 – 49 คน จะได้ลดเบี้ยประกันภัย 10 % จำนวนคน 200 – 999 คน ได้ลดเบี้ยประกันภัย 25 % เป็นต้น

สำหรับการประกันภัยกลุ่มนักเรียน นิสิต นักศึกษานั้นเบี้ยประกันภัยจะต่ำกว่ากลุ่มบุคคลทั่วไปแต่ทั้งนี้เบี้ยประกันภัย จะแตกต่างกันตามระดับการศึกษาด้วย โดยการศึกษาระดับอนุบาลและประถม เบี้ยประกันภัยจะต่ำสุด สูงขึ้นมาคือระดับมัธยม ต่อมาคือระดับอุดมศึกษา และสายอาชีพจะมีเบี้ยประกันภัยสูงสุดสำหรับในการประกันภัยกลุ่มนักเรียน

2.อาชีพ
การแบ่งชั้นอาชีพในการรับประกันภัยจะแบ่งเป็น 4 ชั้น ได้แก่

อาชีพชั้น 1 ส่วนใหญ่ทำงานประจำในสำนักงาน
อาชีพชั้น 2 ปฏิบัติงานที่ใช้วิชาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้งตลอดเวลา
อาชีพชั้น 3 ปฏิบัติงานด้านช่าง กระบวนการผลิต ที่มีการใช้เครื่องจักรกลหนัก ผู้ใช้แรงงาน การเดินทาง หรือทำงานนอกสำนักงานเป็นประจำ
อาชีพชั้น 4 อาชีพพิเศษที่มีความเสี่ยงสูงมากกว่าชั้นอื่น ๆ เป็นพิเศษ เช่น นักแสดงผาดโผน

ในการแบ่งชั้นอาชีพดังที่กล่าวมาแล้ว อาชีพชั้น 1 จะเป็นชั้นอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยต่ำที่สุด เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำกว่าอาชีพชั้นอื่น ๆ ในขณะที่อาชีพชั้น 4 เป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยสูงที่สุด เบี้ยประกันภัยก็จะสูงกว่าอาชีพอื่น ๆ ดังนั้น อาชีพที่มีความเสี่ยงภัยต่ำ เช่น คนทำงานในสำนักงาน เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำกว่าอาชีพที่มีความเสี่ยงภัยสูง เช่น วิศวกร คนขับรถ คนส่งเอกสาร

3.อายุ
คนที่อายุเกินกว่า 60 ปี เบี้ยประกันภัยจะสูงกว่าคนที่อายุต่ำกว่า 60 ปี

4.ความคุ้มครองที่เลือกซื้อ
ผู้เอาประกันภัยสามารถเลือกซื้อความคุ้มครองเฉพาะบางอย่างก็ได้ เช่น ต้องการเพียงการเสียชีวิตสูญเสียอวัยวะ และทุพพลภาพ โดยไม่เอาความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลก็ได้ ซึ่งแน่นอนว่าเบี้ยประกันภัยก็จะแปรตามความคุ้มครองที่ต้องการ

5.ความคุ้มครองเพิ่มเติม
หากผู้เอาประกันภัยต้องการขยายความคุ้มครองไปถึงภัยที่มีการยกเว้นในกรมธรรม์ประกันภัยได้แก่ การขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ การเล่นหรือแข่งกีฬาอันตราย การโดยสารเฮลิคอปเตอร์ การจลาจล/นัดหยุดงาน สงคราม ด้วยแล้วเบี้ยประกันภัยก็จะเพิ่มสูงขึ้น

6.จำนวนเงินเอาประกันภัยที่กำหนด
เบี้ยประกันภัยจะผันแปรตามจำนวนเงินเอาประกันภัยด้วย ดังนั้น ในกรณีการซื้อผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาล ต้องกำหนดจำนวนเงินเอาประกันภัย ให้เหมาะสม หากซื้อไว้มากเกินความจำเป็นก็จะเป็นการจ่ายเบี้ยประกันภัยโดยไม่จำเป็น

7.การกำหนดจำนวนความรับผิดส่วนแรก
หากผู้เอาประกันภัยยินยอมรับความเสียหายส่วนแรกเองบางส่วนในกรณีของค่ารักษาพยาบาลเบี้ย ประกันภัยก็จะต่ำลง หากผู้เอาประกันภัยยินยอมให้บริษัทงดจ่ายผลประโยชน์ กรณีการทุพพลภาพชั่วคราวในช่วงสัปดาห์แรก ๆ เบี้ยประกันภัยก็จะต่ำลง

กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคลของแต่ละบริษัทเป็นมาตรฐานเดียวกัน หรือไม่มีหลักการในการพิจารณาเลือกซื้ออย่างไร

กรมธรรม์ประกันภัยอุบัติเหตุเป็นมาตรฐานเหมือนกันทุกบริษัท แต่ทั้งนี้ อัตราเบี้ยประกันภัยที่บริษัทใช้มีความแตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่ต้องการซื้อประกันภัย ต้องพิจารณาในด้านต่าง ๆ ดังนี้

1.พิจารณาแบบความคุ้มครองระหว่าง แบบ อบ. 1 และ อบ. 2 โดย แบบ อบ. 2 จะมีความคุ้มครองที่กว้างกว่า และน่าจะมีความเหมาะสมกับผู้ทำงานด้านช่าง หรืองานฝีมือที่เกี่ยวข้องกับการใช้นิ้ว
2.พิจารณาความต้องการของตน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนเงินที่จะเอาประกันภัย ต้องเหมาะสมกับรายได้ (ประมาณ 10 เท่าของรายได้ต่อปี)
3.พิจารณาเบี้ยประกันภัยระหว่างบริษัทประกันภัยต่าง ๆ และเปรียบเทียบกันหลาย ๆ บริษัท
4.พิจารณาฐานะของบริษัทประกันภัย / และวิธีการดำเนินงานของบริษัท

หากเกิดภัยขึ้นตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ผู้เอาประกันภัยควรปฏิบัติเช่นไร จึงจะมีสิทธิ์ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

เมื่อผู้เอาประกันภัยประสบอุบัติเหตุต้องแจ้งให้บริษัทประกันภัยทราบโดยทันที และนำหลักฐานอาทิเช่น ใบเสร็จแสดงรายการค่ารักษาพยาบาล รายงานของแพทย์ ใบแจ้งความ ใบมรณะบัตร เป็นต้น ส่งมอบให้บริษัทประกันภัย

ที่มา :- สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย

กันยายน 25, 2561

เลือกประกันภัยรถยนต์แบบไหนใช่ตัวเราที่สุด



การเลือกประกันรถยนต์สำคัญไม่แพ้การเลือกแบบรถที่ชอบ ยี่ห้อ และสี เลยทีเดียว เรียกได้ว่ามันจะส่งผลต่อชีวิตการขับขี่รถยนต์ในอนาคตของคุณอย่างมาก เพราะการเลือกประกันที่ดีก็จะคุ้มครองดูแลให้คุณอุ่นใจไม่มีเรื่องปวดหัวทีหลัง

เรามาดูหลักการง่ายๆ ประกอบการเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับคุณมากที่สุด

1. ดูตัวเอง

พฤติกรรม เริ่มต้นง่าย ๆ พิจารณาพฤติกรรมการขับขี่ ว่าเป็นแบบไหน ถ้าเป็นคนมีสติ ละเอียดรอบคอบ ไม่เคยมีอุบัติเหตุเลย ก็สามารถทำประกันชั้น 3 ได้ ซึ่งราคาประหยัดกว่าเยอะนอกจากนี้ ยังต้องดูว่าเป็นคนนิสัยอย่างไรเห่อรถ หวงรถมากแค่ไหน และดูว่าเดินทางบ่อยแค่ไหน ระยะทางที่ใช้รถ ถ้าเดินทางไกล ๆ บ่อย ๆ ความเสี่ยงก็มีสูงมากตามมา พูดง่าย ๆ ว่า เสี่ยงมาก ใช้รถมาก คุ้มครองสูง เบี้ยสูง

2. รถ

ปัจจัยต่อมา คือ สภาพของรถ ราคา และอายุรถ โดยปกติรถใหม่จะมีประกันชั้น 1 ติดมาด้วย ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขของไฟแนนซ์หรือเพื่อความคุ้นเคยในการขับขี่ก็ตาม แต่เมื่อรถอายุเกิน 5 ปีไปแล้ว ก็ต้องมาพิจารณารายละเอียดอื่น ๆ ต่อไป

3. สภาพพื้นที่

ต้องดูว่า รถใช้ที่ไหน สภาพภูมิประเทศ สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร ต้องใช้อย่างสมบุกสมบัน หรือแค่ขับไปทำงานใกล้ ๆในเมือง หรือที่จอดปลอดภัยหรือไม่ หากต้องจอดนอกบ้านก็มีความเสี่ยงในการถูกเฉี่ยวชนมีรอยขีดข่วนแบบไม่มีคู่กรณี รวมถึงและต้องมองเรื่องความคุ้มครองรถหายไว้ด้วยเช่นกัน

เมื่อพิจารณาปัจจัยทั้งหมดแล้ว ลองมาดูรายละเอียดของประกันแต่ละประเภทกัน




ประกันชั้น 1 เป็นประกันที่ความคุ้มครองสูงที่สุด คุ้มครองทั้งชีวิตและทรัพย์สินของฝ่ายเราและคู่กรณี คุ้มครอง รถหาย ไฟไหม้

ประกันชั้น 2 แทบจะเหมือนกันกับชั้น 1 ต่างเพียงแต่เราต้องรับผิดชอบซ่อมรถเราเอง และประกัน 2+ จะเพิ่มการซ่อมรถเราเข้ามาด้วย *แต่ต้องเป็นการชนที่มีคู่กรณีเป็นยานพาหนะเท่านั้น

ประกันชั้น 3 คุ้มครองชีวิตและบุคคลภายในและภายนอก และซ่อมให้รถคู่กรณี (ไม่คุ้มครอง รถหายไฟไหม้) ประกัน 3+ จะเพิ่มการซ่อมรถเราเข้ามาด้วย*

หมายเหตุ ประกันประเภท 2+ และ 3+ จะคุ้มครองกรณีที่รถชนกับรถเท่านั้น กรณีที่ไปเฉี่ยวชนกับสิ่งอื่นๆ หรือที่เรียกว่าเป็นการชนแบบไม่มีคู่กรณี นั้นจะไม่คุ้มครอง

ซึ่งในปัจจุบันมีบริษัทประกันหลายแห่งที่ออกแบบความคุ้มครองพิเศษให้ประกัน 2+ และ 3+ เช่น ซ่อมให้แม้ไม่มีคู่กรณี หรือมีความพิเศษขึ้นไปอีก เช่น รถตกถนนซ่อมให้ แบบไม่มีคู่กรณี ก็นับว่าเป็นความคุ้มค่าในราคาเบี้ยประกันภัยที่ไม่แพง เป็นทางเลือกให้เรามีทางเลือกมากขึ้น

กันยายน 17, 2561

เคลมสด เคลมแห้ง


เคลมสด คือ การเคลมจากการเกิดเหตุการณ์ในทันที ชนกันสดๆ ก็โทรแจ้งประกันไปเคลมเลย หรือการที่มีผู้เสียหายในเหตุการณ์รออยู่ด้วยไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผิดหรือฝ่ายถูก หลังจากมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทประกันไปตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุแล้ว และดำเนินการทำหลักฐานต่างๆเสร็จสิ้น อาทิเช่น การถ่ายคลิป ถ่ายรูป การแจ้งความ รวมถึงการจัดการเรื่องการรักษาพยาบาลทั้งเราและคู่กรณีหากมีการบาดเจ็บต่างๆ สามารถนำรถเข้าซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทประกันได้ทันที ส่วนใหญ่แล้วจะใช้ในกรณีที่เหตุการณ์การชนนั้นได้รับความเสียหายที่ค่อนข้างร้ายแรง หรือในกรณีที่ทำ ประกันภัยชั้น 2+ หรือ 3+ ที่การเคลมจะต้องเป็นการเคลมสดเท่านั้น


เคลมแห้งคือ การเคลมประกันรถคันที่เอาประกันจากการแกิดเหตุมานานแล้วแต่เพิ่งมาแจ้งเหตุ เช่น รอยแผลขูดขีดจากการ เฉี่ยวชนนิด ๆ หน่อย ๆ หรือโดนขูดสี รอยแมวข่วน อะไรก็ตามที่เป็นรอยเล็กๆน้อยๆ และเกิดเหตุนานแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่มีคู่กรณี ซึ่งหลายคนมักจะปล่อยทิ้งไว้และมาเคลมรวดเดียวก่อนหมดประกัน



กันยายน 13, 2561

ประกันอัคคีภัย


  การประกันอัคคีภัย คือ การประกันภัยทรัพย์สินที่ให้ความคุ้มครองแบบ “ระบุภัย (Named Peril)” กล่าวคือ ให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือเสียหายแก่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันเนื่องมาจากภัยที่ระบุไว้เท่านั้น

การประกันอัคคีภัยและทรัพย์สิน เหมาะกับใคร?
- บ้านอยู่อาศัย
- อาคาร ร้านค้า สำนักงาน โรงแรม โรงเรียน โรงพยาบาล โรงงาน โกดัง ฯลฯ
- ทรัพย์สินภายในอาคาร เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องจักร สต็อกสินค้า

การประกันอัคคีภัยมีกี่ประเภท? อะไรบ้าง?
1 การประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย
2 การประกันอัคคีภัย (เหมาะกับสถานประกอบธุรกิจ)

ความคุ้มครองเบื้องต้น ครอบคลุมอะไรบ้าง?

1. การประกันอัคคีภัยสำหรับทีอยู่อาศัย
ให้ความคุ้มครองสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) ซึ่งใช้เป็นที่อยู่อาศัย เช่น บ้าน ทาวน์เฮ้าส์ บ้านแฝด ตึกแถวสำหรับอยู่อาศัย ห้องชุดสำหรับอยู่อาศัยในแฟลต อาคารชุด คอนโดมิเนียม และทรัพย์สินภายในสิ่งปลูกสร้างนั้น เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่ง สิ่งติดตั้งตรึงตรา เครื่องใช้ภายในบ้าน เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน เครื่องดนตรี เครื่องเสียง เครื่องครัว เครื่องนุ่งห่ม และทรัพย์สินอื่น ๆ เพื่อการอยู่อาศัยของผู้เอาประกันภัยสำหรับความเสียหายที่เกิดจาก
1. ไฟไหม้
2. ฟ้าผ่า (รวมถึงความเสียหายต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรจากฟ้าผ่า)
3. ระเบิด
4. ภัยจากการเฉี่ยว และหรือการชนของยานพาหนะหรือสัตว์พาหนะ เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย เป็นต้น
5. ภัยจากอากาศยาน และหรือวัตถุที่ตกจากอากาศยาน รวมถึง จรวดซึ่งขับเคลื่อนด้วยตัวเองและยานอวกาศ ยกเว้นจรวดที่เป็นอาวุธ
6. ภัยเนื่องจากน้ำอันเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุจากการปล่อย การรั่วไหล หรือการล้นออกมาของน้ำหรือไอน้ำจากท่อน้ำ ถังน้ำ ระบบทำความร้อน ระบบทำความเย็น ระบบปรับอากาศ เครื่องสูบน้ำและรวมถึงน้ำฝนที่ไหลผ่านเข้าไปภายในอาคารจากการเสียหายของหลังคา หน้าต่าง ประตู วงกบประตูหน้าต่าง ช่องลม ช่องรับแสงสว่าง ท่อน้ำหรือรางน้ำ
7. ภัยจากลมพายุ
8. ภัยจากน้ำท่วม หมายถึง น้ำซึ่งไหลล้นหรือไหลออกจากทางน้ำปกติซึ่งจะเป็นทางน้ำธรรมชาติ หรือจะเป็นทางน้ำที่สร้างขึ้นก็ดี (ไม่รวมถึงรางน้ำบนหลังคา) หรือเกิดจากท่อน้ำสาธารณะแตก ทำให้เกิดการท่วมของน้ำจากภายนอกของอาคารที่เอาประกันภัยไว้ หรืออาคารที่เก็บทรัพย์สินที่เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ รวมถึงน้ำท่วมอันเกิดจากลมพายุ น้ำป่า และโคลนถล่ม
9. ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิด หรือคลื่นใต้น้ำ หรือสึนามิ ที่มีสาเหตุจากธรรมชาติ และให้หมายความรวมถึงน้ำท่วม อันมีสาเหตุจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดที่มีสาเหตุจากธรรมชาติ ทั้งนี้ ไม่คุ้มครองความเสียหายโดยตรงหรือโดยทางอ้อมที่เกิดจากภัยแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดอันเกิดจากวัตถุใด ๆ จากอวกาศ
10. ภัยจากลูกเห็บ ให้หมายความรวมถึง น้ำฝน น้ำค้างแข็ง หิมะ ทราย หรือ ฝุ่นละอองดังกล่าวไหลผ่านเข้าไปในอาคาร ตามร่องแตกร้าวของอาคาร สิ่งปลูกสร้างที่ได้รับความเสียหายอันเกิดจากลูกเห็บโดยตรงเท่านั้น หรือน้ำจากเครื่องพรมน้ำหรือท่อน้ำอื่น ๆ ที่เกิดเสียหายขึ้นเนื่องจากลูกเห็บโดยตรงทั้งนี้ ความคุ้มครองภัยธรรมชาติตั้งแต่ข้อ 7-10 บริษัทจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ทุกภัยรวมกันแล้วไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี

*** ขยายความคุ้มครองค่าเช่าที่อยู่อาศัยชั่วคราว ในกรณีที่ทรัพย์สินที่เอาประกันภัยภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้เป็นสิ่งปลูกสร้าง และได้รับความเสียหายอันเนื่องจากภัยตามข้อ 1-6

2. การประกันอัคคีภัย (เหมาะกับสถานประกอบการธุรกิจ)
ให้ความคุ้มครองอาคารและสิ่งปลูกสร้าง (ไม่รวมฐานราก) ที่ใช้เป็นที่ประกอบกิจการต่าง ๆ เช่น ร้านค้า โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า โกดัง หรือโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น ตลอดจนทรัพย์สินใด ๆ ที่เอาประกันภัยไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย เช่น เฟอร์นิเจอร์ เครื่องตกแต่งติดตั้งตรึงตรา อุปกรณ์สำนักงาน เครื่องใช้ไฟฟ้า สต๊อกสินค้า เครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตสินค้า เป็นต้น สำหรับความเสียหายเนื่องจาก
1. ไฟไหม้ แต่ไม่รวมถึงการระเบิดอันเป็นผลมาจากไฟไหม้ (เว้นแต่แรงระเบิดของแก๊สใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัย) ความเสียหายโดยตรงหรือโดยอ้อมจากแผ่นดินไหว ความเสียหายต่อทรัพย์สินที่เอาประกันภัยที่เกิดจากการบูดเน่า การระอุตามธรรมชาติ หรือการลุกไหม้ขึ้นเอง และในระหว่างกรรมวิธีใด ๆ ซึ่งใช้ความร้อนหรือการทำให้แห้ง
2. ฟ้าผ่า
3. การระเบิดของแก๊สที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น ยกเว้นการระเบิดของแก๊สเนื่องจากภัยแผ่นดินไหว
นอกจากนี้ ผู้เอาประกันภัยยังสามารถขอซื้อความคุ้มครองเพิ่มเติมสำหรับความเสียหายจากภัยอื่น ๆ ได้ เช่น ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยจากลูกเห็บ ภัยนัดหยุดงาน การจลาจลและการกระทำอันมีเจตนาร้าย ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า เป็นต้น

จำนวนเงินเอาประกันภัยที่เหมาะสม
เงื่อนไขการรับประกันของกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย มีเงื่อนไขอันหนึ่งว่าด้วยการประกันภัยทรัพย์สินต่ำกว่ามูลค่าที่แท้จริง ให้ถือว่าผู้เอาประกันภัยเป็นผู้รับประกันภัยเองในส่วนที่แตกต่าง ต้องรับภาระส่วนเฉลี่ยการเสียหายตามส่วนทุก ๆ รายการ ผู้เอาประกันภัยจึงควรให้ความสำคัญในมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สินที่เอาประกันภัย แต่มิใช่เอาประกันเกินมูลค่าความเป็นจริง เพราะการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจะชดใช้ตามความเสียหายที่เป็นจริง ณ.วันที่เกิดเหตุเท่านั้น
จำนวนเงินที่แนะนำให้เอาประกันภัย ไม่ควรต่ำกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินที่แท้จริง เพราะบริษัทจะคำนวณชดใช้ค่าสินไหมให้กับผู้เอาประกันภัยตามความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันภัยไม่ต้องรับภาระส่วนเฉลี่ยตามเงื่อนไข

อัตราเบี้ยประกันภัย ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?
1. ลักษณะการใช้สถานที่
2. ลักษณะของสิ่งปลูกสร้าง (กำหนดตามวัสดุที่ใช้สำหรับโครงสร้าง ผนัง และพื้น ของอาคาร) และสถานที่ตั้ง
3. ลักษณะภัยของสถานที่เอาประกันภัย (ภัยโดดเดี่ยว/ภัยไม่โดดเดี่ยว)
4. การติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิง (ใช้กำหนดเป็นส่วนลดเบี้ยประกันภัย)



กันยายน 12, 2561

การประกันภัยที่น่าสนใจ


     

  นอกจากการประกันภัยรถยนต์ การประกันภัยอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย การประภัยการเดินทาง การประกันภัยความรับผิดต่อวิชาชีพ การประกันสุขภาพ แล้ว ยังมีการประกันภัยอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมาก เช่น การประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน การประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน (Home Package)  การประกันภัยโจรกรรม การประกันภัยสำหรับเงิน การประกันภัยกระจก การประกันภัยป้ายโฆษณา การประกันภัยสำหรับสถานประกอบการขนาดย่อม (SME Package) การประกันภัยข้าวนาปี การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

การประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (Property Insurance)

ความคุ้มครอง

ให้ความคุ้มครองสำหรับความเสียหายของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันเกิดจากอุบัติเหตุใดๆ ที่มิได้มีการระบุยกเว้นไว้ ซึ่งเกิดขึ้นภายในระยะเวลาเอาประกันภัยตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย 

ความรับผิดของบริษัทต่อความเสียหายแต่ละครั้ง หรือความเสียหายหลายครั้งตลอดระยะเวลาเอาประกันภัยรวมกันไม่เกิน
1. จำนวนเงินเอาประกันภัยตามแต่ละรายการที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือ
2. จำนวนเงินจำกัดความรับผิดที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย หรือ
3. จำนวนเงินเอาประกันภัย หรือจำนวนเงินจำกัดความรับผิด ที่คงเหลืออยู่ หลังจากถูกหักทุกครั้งด้วยจำนวนค่าสินไหมทดแทนที่บริษัทได้ชดใช้ไปหรือที่บริษัทได้ตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะชดใช้ภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยนี้ (หากมี) ในระหว่างระยะเวลาประกันภัย 

ทั้งนี้ความรับผิดของบริษัทที่กล่าวข้างต้นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามใบสลักหลังกรมธรรม์ประกันภัย และเงื่อนไขตามเอกสารแนบท้ายกรมธรรม์ประกันภัยนี้

การประกันอัคคีภัย

ความคุ้มครอง
ความคุ้มครองพื้นฐานตามกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย การประกันอัคคีภัยให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อทรัพย์สินจากภัยพื้นฐานต่าง ๆ ดังนี้
1. ไฟไหม้
2. ฟ้าผ่า
3. แรงระเบิดของแก๊ส ที่ใช้สำหรับทำแสงสว่างหรือประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่ไม่รวมถึงความเสียหายจากการระเบิดของแก๊สจากแผ่นดินไหว
4. ความเสียหายเนื่องจากภัยเพิ่มเติม ที่ได้ระบุไว้ชัดเจนในกรมธรรม์ประกันภัย
การขยายความคุ้มครองสำหรับภัยเพิ่มเติม
นอกเหนือจากภัยพื้นฐานที่ได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยแล้ว ผู้เอา ประกันภัยสามารถเลือกซื้อภัยเพิ่มเติมอื่นๆได้ตามความเสี่ยงภัยที่มีอยู่ ได้แก่ ภัยลมพายุ ภัยจากลูกเห็บ ภัยระเบิด ภัยอากาศยาน ภัยจากยวดยานพาหนะ ภัยจากควัน ภัยแผ่นดินไหว ภัยน้ำท่วม ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน ภัยจากการกระทำอย่างป่าเถื่อนหรือการกระทำอันมีเจตนาร้าย ภัยเกิดขึ้นเองตามปกติวิสัย มีการลุกไหม้หรือการระเบิด ภัยเกิดขึ้นเองตามปกติวิสัย และ/หรือไม่มีการลุกไหม้หรือการระเบิด และ ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า โดยจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มไม่มากนัก



การประกันภัยสำหรับเจ้าบ้าน (Home Package)

การประกันภัยที่มีจุดประสงค์เพื่อให้ความคุ้มครองต่อผู้เป็นเจ้าของอาคาร ประเภทบ้านอยู่อาศัย สำนักงานในบ้าน หรือห้องชุดอยู่อาศัย แฟลต แมนชั่น หรือคอนโดมิเนียม ให้ได้รับ ความคุ้มครองหลายอย่างไว้กรมธรรม์เดียวกัน ซึ่งประกอบด้วย ความคุ้มครองต่อความเสียหายจากอัคคีภัย ความเสียหายจากโจรกรรมหรือการลักทรัพย์ ความเสียหายต่อความรับผิดต่อบุคคลภายนอก ความเสียหาย ต่อทรัพย์สินในอาคาร การสูญเสียค่าเช่าหรือค่าใช้จ่ายสำหรับค่าเช่าที่พักอาศัยชั่วคราว การจ่ายเงินชดเชย สำหรับการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ เป็นต้น
การประกันภัยประเภทนี้ให้ประโยชน์ต่อผู้เอาประกันภัยอย่างยิ่ง เพราะนอกจากจะได้รับความคุ้มครองที่หลากหลายแล้ว ยังสะดวกในการต่ออายุการประกันภัยด้วย เนื่องจากเป็นการผนวกเอากรมธรรม์หลายรูปแบบ ไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยเดียว และที่สำคัญเป็นการช่วยประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยได้อีกด้วย เมื่อเปรียบเทียบกับการทำประกันภัยหลายประเภทหลายกรมธรรม์ประกันภัย

ความคุ้มครอง
กรมธรรม์ประกันภัยสำหรับเจ้าบ้านมีหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละบริษัทอาจเลือกขาย
ความคุ้มครองแตกต่างกันไป แต่โดยทั่วไปความคุ้มครองจะมี 5 หมวด ดังนี้
หมวดที่ 1 : ความสูญเสียหรือความเสียหายต่ออาคาร
หมวดที่ 2 : ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินในอาคาร
หมวดที่ 3 : ค่าใช้จ่ายสำหรับการเปลี่ยนที่พักอาศัยชั่วคราว และการสูญเสียค่าเช่า
หมวดที่ 4 : ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก
หมวดที่ 5 : เงินชดเชยการเสียชีวิตของผู้เอาประกันภัย


การประกันภัยโจรกรรม

แบ่งเป็น 3 ประเภท
1. แบบ จร.1 - ลักทรัพย์ที่ปรากฏร่องรอยงัดแงะ
- ความเสียหายต่อตัวอาคาร
2. แบบ จร.2 - จร.1 + ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์
- ความเสียหายต่อตัวอาคาร
3. แบบ จร.3 - จร.2 + ลักษณะไม่ปรากฏร่องรอย
- ความเสียหายต่อตัวอาคาร



การประกันภัยสำหรับเงิน
ความคุ้มครอง แบ่งเป็น 3 แบบ
แบบ ปง.1 - ความสูญเสียของเงินที่เกิดจากการชิงทรัพย์ปล้นทรัพย์ระหว่างการขนส่ง และขณะเก็บอยู่ในสถานที่เอาประกันภัย หรือในตู้นิรภัย และความเสียหายต่อตัวตู้นิรภัย
แบบ ปง.2 - คุ้มครองความสูญเสียของเงินที่เกิดจากสาเหตุใดๆ ที่ไม่ได้ระบุในข้อยกเว้น
แบบ ปง.3 - คุ้มครองความสูญเสียของเงินที่เกิดจากสาเหตุใดๆ ที่มิได้ระบุในข้อยกเว้นซึ่งรวมถึงการยักยอก ทั้งโกงโดยพนักงานรับส่งเงินที่สามารถค้นพบภายใน 3 วัน


การประกันภัยกระจก 

 คือ การประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองเพื่อความเสียหายอันเกิดจากการแตกของกระจก ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย ณ สถานที่ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัย โดยทางบริษัทประกันจะจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือเลือกที่จะหากระจกอื่นทดแทนหรือซ่อมแซมกระจกที่แตกไป พร้อมทั้งค่าใช้จ่ายที่จำเป็นละสมควรเพื่อนำสิ่งอื่นมาปิดไว้ระหว่างที่ยังไม่ได้นำกระจกมาใส่แทน

ความคุ้มครอง
การแตกหักของกระจกหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของกระจกนั้นและรวมถึงค่าใช้จ่ายที่พอเหมาะซึ่งใช้ในการสร้างที่กำบัง อันเป็นผลมาจากการแตกหัก

ข้อยกเว้นที่สำคัญ
- การเสียรูปของกระจก
- การแตกหักระหว่างถอดถอนหรือในระหว่างดัดแปลงสถานที่
- การแตกหักจากสงคราม การนัดหยุดงาน
- การแตกหักหรือความเสียหายอันเป็นผลมาจากไฟไหม้หรือภัยที่ได้รับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย



การประกันภัยป้ายโฆษณา

ให้ความคุ้มครองแยกเป็น 2 หมวด คือ
หมวด 1 ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อป้ายโฆษณา
การประกันภัยนี้จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยสำหรับความสูญเสียหรือเสียหายใด ๆ ต่อป้ายโฆษณา หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของป้ายโฆษณาอันเกิดจาก
✰ อุบัติเหตุซึ่งเกิดจากเหตุภายนอก โดยคำว่า “อุบัติเหตุ” ให้รวมถึงเหตุการณ์ที่เกิดต่อเนื่องกันในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นครั้งเดียว
✰ อัคคีภัย ฟ้าผ่า ภัยระเบิด หรือลักทรัพย์

หมวด 2 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก
การประกันภัยนี้ จะชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่บุคคลภายนอกสำหรับจำนวนเงินที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดตามกฎหมาย อันเนื่องมาจาก
✰ ความบาดเจ็บหรือสูญเสียชีวิตอันเกิดแก่บุคคลภายนอก และเป็นผลมาจากอุบัติเหตุซึ่งเกิดจากป้ายโฆษณา
✰ ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
อนึ่ง ความรับผิดในหมวดนี้ให้รวมถึงความเสียหายใดๆ จากการติดตั้ง



การประกันภัยวิศวกรรม

1. การประกันภัยการปฏิบัติงานตามสัญญา เป็นการประกันภัยที่นำเอาการประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดของผู้รับเหมา และการประกันภัยความเสี่ยงภัยทุกชนิดของการติดตั้งเครื่องจักรมารวมกันเป็นกรมธรรม์ประกันภัยไว้ในฉบับเดียว โดยได้แบ่งความคุ้มครองออกเป็น 3 หมวด ได้แก่
หมวดที่ 1 งานก่อสร้างและวิศวกรรมโยธา
หมวดที่ 2 งานติดตั้งเครื่องจักร
หมวดที่ 3 ความรับผิดต่อบุคคลภายนอก

2. การประกันภัยเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ การประกันภัยนี้ให้ความคุ้มครองความสูญเสียหรือความ
เสียหายสำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ระหว่างการใช้งาน หรือพักงาน หรือขณะถอดเพื่อทำความสะอาดปรับปรุงเครื่องใหม่ หรือเคลื่อนย้ายภายในสถานที่ที่เอาประกันภัยดังที่ได้ระบุไว้ หรือในระหว่างการดำเนินงานดังกล่าวข้างต้น หรือ ในระหว่างการติดตั้งเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นกลับเข้าไปใหม่ ซึ่งในกรณีใดก็ตาม การประกันภัยนี้จะให้ความคุ้มครองภายหลังจากการทดลองเครื่องโดยสมบูรณ์ ความคุ้มครองแบ่งออกเป็น 3 หมวดดังต่อไปนี้
หมวดที่ 1 ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อเครื่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
หมวดที่ 2 อุปกรณ์ที่ใช้เก็บบันทึกข้อมูลซึ่งไม่อยู่ในตัวคอมพิวเตอร์
หมวดที่ 3 ค่าใช้จ่ายการทำงานที่เพิ่มขึ้น

3. การประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำ “หม้อกำเนิดไอน้ำ”หมายถึง ภาชนะที่ปิดมิดชิด หรือทั้งภาชนะและระบบของท่อ ที่ถูกเผาไฟให้ร้อน เพื่อใช้ในการผลิตไอน้ำภายใต้ความดัน เมื่อใช้ในรายการนี้ “หม้อกำเนิดไอน้ำ” หมายรวมถึงส่วนประกอบต่างๆ เครื่องให้ความร้อนสูงและเครื่องประหยัดเชื้อเพลิงซึ่งสร้างรวมเป็นส่วนหนึ่งของหม้อกำเนิดไอน้ำ แต่ไม่รวมท่อไอน้ำ ท่อน้ำ หรือเครื่องประหยัดความร้อนที่แยกอยู่ต่างหาก การระเบิดของสิ่งเหล่านั้น จะได้รับความคุ้มครองโดยกรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ก็ต่อเมื่อได้ลงแจ้งไว้ในรายการนี้โดยเฉพาะแล้วเท่านั้น
ความคุ้มครองแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
1) ความเสียหาย (นอกเหนือจากไฟไหม้) ต่อหม้อน้ำหรือถังอัดความดัน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่เอา
ประกันภัยรวมถึงทรัพย์สินข้างเคียงของผู้เอาประกันภัย
2) ความเสียหายทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ซึ่งผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย
3) ความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัยต่อความบาดเจ็บหรือเสียชีวิตต่อบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่ลูกจ้าง คนงาน หรือสมาขิกในครอบครัวของผู้เอาประกันภัย



การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่

การประกันภัยความรับผิดของกรรมการและเจ้าหน้าที่ (Directors and Officers Liability Insurance) เป็นการประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองกรรมการ (Directors) และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหรือเจ้าหน้าที่ระดับบริหาร (Executive Officers) ของบริษัท สำหรับความสูญเสียหรือค่าเสียหายทางการเงิน อันเนื่องมากจาก การละเมิดหรือการกระทำผิด (wrongful acts) ที่กรรมการหรือเจ้าหน้าที่ของบริษัทต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย นอกจากนี้ การประกันภัยดังกล่าว ยังให้ความคุ้มครองตัวบริษัทในกรณีที่บริษัทได้รับอนุญาตหรือผูกพันที่จะต้องชดใช้ให้กับกรรมการ และ/หรือเจ้าหน้าที่สำหรับการกระทำผิดที่กรรมการ หรือเจ้าหน้าที่นั้นต้องรับผิดตามกฎหมาย



การประกันภัยสำหรับสถานประกอบการขนาดย่อม (SME Package)

การประกันภัยสำหรับสถานประกอบการขนาดย่อม จัดทำขึ้นเพื่อรองรับความสูญเสียหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นกับธุรกิจขนาดย่อม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจแบบใดย่อมมีความเสี่ยงภัยทั้งสิ้น อาจเป็นความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับทรัพย์สินของสถานประกอบการเอง เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม ระเบิด ภัยเนื่องจากน้ำ ภัยต่อเครื่องไฟฟ้า เป็นต้น ซึ่งทำให้เจ้าของกิจการได้รับความสูญเสีย หรือความเสียหายจากภัยดังกล่าวหรือความเสี่ยงภัยที่อาจทำให้บุคคลอื่นที่เป็นบุคคลภายนอกที่เข้ามาติดต่อได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตและเจ้าของธุรกิจจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายนั้น

แบบการประกันภัยสำหรับสถานประกอบการขนาดย่อม
การประกันภัยสำหรับสถานประกอบการขนาดย่อม มีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับการตั้งชื่อตามรูปแบบที่บริษัทประกันภัยจัดทำ อาจจะเป็นการประกันภัยทรัพย์สินทั่วไป หรือเป็นแบบระบุประเภทของทรัพย์สินแบบเฉพาะเจาะจง
การประกันภัยดังกล่าวนี้ ส่วนใหญ่จะแบ่งความคุ้มครองออกเป็นหมวดๆ โดยมีกรมธรรม์ประกันภัยหลักเป็นการประกันภัยทรัพย์สิน อาจจะเป็นการประกันอัคคีภัย หรือการประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน และเพิ่มเติมความคุ้มครองหมวดอื่นๆ ตามความต้องการของผู้เอาประกันภัย เช่น กรประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก การประกันภัยโจรกรรม การประกันภัยธุรกิจหยุดชะงัก การประกันภัยเงิน เป็นต้น

  

การประกันภัยข้าวนาปี (Crop Insurance)

ความคุ้มครอง
คุ้มครองความเสียหายจากภัยธรรมชาติ 7 ประเภท ได้แก่
1) น้ำท่วมหรือฝนตกหนัก
2) ภัยแล้ง ฝนแล้งหรือฝนทิ้งช่วง
3) ลมพายุหรือพายุไต้ฝุ่น
4) ภัยอากาศหนาวหรือน้ำค้างแข็ง
5) ลูกเห็บ
6) ไฟไหม้
7) ศัตรูพืชหรือโรคระบาด
จำนวนเงินความคุ้มครอง สำหรับข้อ 1) – 6) 1,111 บาทต่อไร่ และข้อ 7) 555 บาทต่อไร่
การกำหนดเบี้ยประกันภัยขึ้นอยู่กับว่าอยู่ในพื้นที่เสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย โดยรัฐสนับสนุนค่าเบี้ยประกันภัยให้บางส่วน



การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก (Third Party Insurance)

การประกันภัยความรับผิดต่อบุคคลภายนอก หรือ การประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อสาธารณชน เป็นการประกันภัยที่จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับเจ้าของกิจการหรือสถานประกอบการ เช่น โรงแรม อาคารสำนักงาน โรงงาน เป็นต้น
ความคุ้มครอง
1. การเสียชีวิต หรือบาดเจ็บ หรือเจ็บป่วยของบุคคลใด ๆ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย
2. ความสูญเสียหรือความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลใด ๆ ที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดตามกฎหมาย
โดยที่ความรับผิดตามกฎหมายของผู้เอาประกันภัย ต้องเกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุภายใน
สถานที่ประกอบการ หรือเกิดขึ้นจากสถานที่ประกอบการของผู้เอาประกันภัย หรือลูกจ้างของผู้เอาประกันภัยซึ่งทำงานประจำ ณ สถานประกอบการ ในขณะที่ออกไปปฏิบัติงานนอกสถานที่ประกอบการ



กันยายน 01, 2561

คำย่อ-กลุ่มรถยนต์ มีมากมายหลายคำ งงกันมั๊ย???


       เวลาที่เราดูเงื่อนไขความคุ้มครองเกี่ยวกับการประกันภัยรถยนต์ ว่า แต่ละ Package รับประกันภัยกลุ่มรถใดบ้าง จะเห็นบ่อยๆ เช่น กลุ่มรถ SUV บางครั้งอาจจะงงและสงสัย วันนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าแต่ละคำย่อหมายถึงรถอะไรกันบ้าง


1. SUV ย่อมาจากคำว่า Sport Utility Vehicle 
หมายถึงรถยนต์อเนกประสงค์แบบยกสูงเพื่อการใช้งานทางเรียบและทางฝุ่น ตัวถังห้องโดยสารครอบถึงท้ายรถ ที่นั่งโดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง  ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่









2. PPV ย่อมาจากคำว่า Pick-Up Passenger Vehicle 
     รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก หรือรถยนต์อเนกประสงค์แบบยกสูง โดยตัวถังห้องโดยสารครอบถึงท้ายรถที่ ใช้พื้นฐานเดียวกับ "รถกระบะ" มีแชสซี ช่วงล่างด้านหลังแบบคานแข็ง ที่นั่งโดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่








3. MPV ย่อมาจากคำว่า Multi Purpose Vehicle 
     หมายถึงรถยนต์อเนกประสงค์ แต่ไม่ได้มีการยกสูง ดีไซน์ตัวถังห้องโดยสารจะยาวเป็นพิเศษและสูงโปร่งครอบถึงท้ายรถ ที่นั่งโดยสารไม่เกิน 11 ที่นั่ง ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่







4. CUV ย่อมาจากคำว่า Crossover Utility Vehicle 
     เริ่มต้นเป็นคำที่ใช้ในการตลาดของต่างประเทศ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบยกสูง มักมีการตกแต่งด้วยวัสดุสีดำที่กันรอยขีดข่วนที่ชายกันชน ซุ้มล้อ และด้านข้างรถ พัฒนาเพื่อการวิ่งบนถนนเป็นหลัก ทำให้ช่วงล่างจะนุ่มนวลกว่า SUV ที่นั่งโดยสารไม่เกิน 7 ที่นั่ง ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่










5. Eco Car หมายถึง รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล 
     เป็นคำเรียกเฉพาะประเทศไทย จุดเริ่มต้นมาจาก สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เป็นส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ส่งเสริมการลงทุนในประเทศไทย (The Board of Investment of Thailand) หรือ BOI ต้องการให้บรรดาค่ายรถยนต์เพิ่มการลงทุนในประเทศไทย เชิญชวนด้วยการลดหย่อนภาษีในหลายส่วน

หลายคนเข้าใจผิดว่า Eco Car หมายถึงรถยนต์เล็ก แต่แท้ที่จริงแล้วไม่ใช่ ไม่มีกำหนดขนาดรถยนต์แต่อย่างใด ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ คือ
         1. อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 5 ลิตร/100 กม. หรือ น้ำมัน 1 ลิตรวิ่งได้ระยะทาง 20 กม.
         2. มาตรฐานมลพิษระดับยูโร 4 คือ ที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 120 กรัม/ 1 กม.
         3. ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,300 ซี​.​ซี. สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และไม่เกิน 1,400 ซี​.​ซี​.​สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล 
โดย 3 เรื่องนี้มีขีดจำกัดทางวิศวกรรม จึงส่งผลให้รถยนต์ออกมามีตัวถังที่ไม่ใหญ่มากนักเพื่อผ่านเกณฑ์ หากว่าอนาคตมีเครื่องยนต์ที่กำลังแรง ประหยัดน้ำมัน ปล่อยไอเสียต่ำ รถยนต์ขนาดกลางหรือใหญ่ก็สามารถเข้าโครงการ Eco Car ได้เช่นกัน ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่







6. Eco Car Phase 2 หมายถึง รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่น 2 
      
เมื่อโครงการครั้งแรกประสบความสำเร็จไปได้ด้วยดี เริ่มต้นโครงการครั้ง 2 ใช้วิธีเชิญชวนการลงทุน ลดภาษีในหลายส่วนเช่นเดิม แต่เพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคอย่างเรา ๆ คือ 
          - อัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 5 ลิตร/100 กม. หรือ น้ำมัน 1 ลิตรวิ่งได้ระยะทาง 23.2 กม.
          - มาตรฐานมลพิษระดับยูโร 5 คือ ที่การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่า 100 กรัม/ 1 กม.
          - ความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,300 ซี.ซี. สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และไม่เกิน 1,500 ซี.ซี. สำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
          - คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน  โดยอย่างน้อยจะต้องมี ระบบห้ามล้อแบบป้องกันการล็อก  (ABS), และระบบควบคุมเสถียรภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ (ESC) *ชื่อทางการค้ามีหลายแบบ ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่


7. Mild Hybrid Electric Vehicles-MHEV หรือ รถยนต์มายไฮบริด 
     หมายถึงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปเสริมกำลังด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก แต่มักจะเห็นการนำเสนอรถยนต์ประเภทนี้ว่าไฮบริดเฉย ๆ ใช้กำลังเครื่องยนต์เป็นหลัก เนื่องด้วยไฮบริดมีขนาดเล็ก ดึงข้อดีของระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดเยอะไม่ต้องรอรอบ เรียกว่าอึดใจที่เร่ง ก็รีดใช้พลังงานจากแบตเตอร์รี่ใช้เกือบหมด ทำให้ไม่ต้องมีโหมด EV (ไฟฟ้าล้วน) ต้นทุนเรื่องแบตไม่สูง ช่วยเเพิ่มอัตราประหยัดน้ำมัน และคายไอเสียของเครื่องยนต์ได้ ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่




8. Hybrid Electric Vehicles - HEV หรือ รถยนต์ไฮบริด 
     หมายถึงรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่เพียงพอให้ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ในระยะเวลาสั้น ๆ เพราะประจุของแบตเตอร์รี่อยู่ในระดับกลาง ไม่สามารถชาร์จแบตเตอร์รี่ได้จากภายนอก ตัวอย่างรถในกลุ่มนี้ได้แก่






      คงจะพอคลายข้อสงสัยกันไปได้บ้างนะคะ 




ขอขอบคุณ : 


Twitter Facebook Digg stumbleupon favorites more